Rabbit Brown Travel | Maldive Krabi Thailand
Krabi, Thailand, Resort, Travel, Green nature, nature
15213
single,single-portfolio_page,postid-15213,ajax_fade,page_not_loaded,,qode-theme-ver-7.7,wpb-js-composer js-comp-ver-4.7.4,vc_responsive

รีสอร์ทสีเขียว พักคืนเดียว ก็ผ่อนคลาย ณ.ภูธารา รีสอร์ท กระบี่

About This Project

” อยากไปเที่ยว ไปพักผ่อน ไปผ่อนคลาย ”
เชื่อว่าใครๆ ก็ต้องมีความคิดแบบนี้ค่ะ แต่ติดอยู่ตรงที่ว่า ไม่มีเวลา ไม่ว่าง ไม่มีงบ ไม่มีเพื่อน ไม่มี ….  บลา บลา ฯลฯ
พวกเราก็เช่นกันค่ะ  อมยิ้ม07  ครั้งนี้อดไม่ไหวแล้วจริงๆค่ะ  เวลามีน้อย คืนเดียวก็ขอออกนอกจังหวัดก่อนละกัน
เปิด Social หาที่พักจังหวัดใกล้เคียง แล้วล้อหมุนออกจาก ภูเก็ต กันเล้ยยยย  …..

พวกเราสะดุดตากับรูปถ่ายสระว่ายน้ำ ของรีสอร์ทนี้ จาก Instragram ของ follower ท่านนึง ที่เรามักจะตามกดไลค์เค้าอยู่บ่อยๆ ค่ะ
เมื่อรู้ชื่อรีสอร์ทแล้ว ก็หาพิกัด และจองห้องพักในทันที ,,,,,,,  รอนับวันที่จะได้ล้อหมุน แล้ววันนั้นก็มาถึง

ออกจากเกาะภูเก็ตไป ด้วยระยะทาง 160 กิโลเมตรกว่าๆ มุ่งหน้าไป ภูธารา รีสอร์ท ใช้เส้นทางเดียวกับไปท่าปอม คลองสองน้ำนะค่ะ

ออกตัวก่อนเลยค่ะ ว่าเราเห็นรูปจาก Instragram เพียงแค่ไม่กี่รูป ก็ตั้งใจที่จะมาที่นี่เลย
มีหาข้อมูลเพิ่มจาก facebook ของทางรีสอร์ท เรื่องห้องพักอีกแค่นิดหน่อยเท่านั้น และไม่ได้เปิดดูรูปภาพเพิ่มใดๆ
ตั้งใจจะมาเห็นด้วยตา แล้ว ว๊าวว  ประหลาดใจ เองเลยค่ะแค่ทางเข้าก็ลุ้นแล้วว …..

ที่จอดรถ สะดวกสบายค่ะ

ถึงแล้วก็ เช็คอิน กันก่อนเลยค่ะ  มุมเช็คอินนี้ ถือเป็นมุมศูนย์กลาง และศูนย์รวมทุกกิจกรรมค่ะเพราะนอกจากจะใช้ในการติดต่อเช็คอินแล้ว ยังเป็นห้องอาหารสำหรับทุกมื้อ ที่จะฝากท้องเผื่อว่าไม่อยากออกไปไหน

เป็นมุมนั่งเล่น ใหญ่ๆ มุมนึง ที่แขกที่เข้าพัก จะได้เจอกันและพบปะ พูดคุยแลกเปลี่ยนกัน เหมือนเช่นเรา ที่ได้พบกับเจ้าของรีสอร์ท จึงขอคำแนะนำจากเจ้าถิ่นเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวใกล้ๆ ซะหน่อยค่ะ

ถือเป็นความโชคดีมากค่ะ ห้องพักที่เราจองมาสำหรับนอน 2 คน เต็ม !!!!!  อมยิ้ม17
ทางรีสอร์ทจึงอัพเกรด เป็นบ้านหลังใหญ่ ชื่อว่า “บ้านเรือรบ” ให้เราแทน …..  ว้าววววววว  ซิค่ะ งานนี้  ^________^”บ้านเรือรบ” หลังนี้เป็นบ้านขนาดใหญ่ สามารถเข้าพักได้ 4 – 6 คนค่ะ มี 1 ห้องนอน พร้อมห้องนั่งเล่น  ติดเครื่องปรับอากาศทั้งหลัง และมีศาลาขนาดใหญ่สำหรับนั่งเล่นรับลมภายนอกเหมาะมาก กะ การมาพักผ่อนยกแก๊งค์ ค่ะ

จากภายนอก ก็ยังไม่ ว้าวเท่าไหร่นะค่ะ  แต่รับรู้ได้ถึงความกว้างขวางของบ้าน (จะหลังใหญ่เกินที่จะนอนแค่ 2 คนมั้ย)
เปิดประตูเลยจร้าาาาาาาา

อย่างที่บอกค่ะ ภายนอกดูเป็นบ้านธรรมดาๆ หลังนึงจริงๆ แต่เมื่อเปิดประตูเข้ามา คือ อารมณ์ประมาณ กลับไปบ้านเก่า สมัยที่เป็นบ้านไม้โบราณ  ของตกแต่งส่วนใหญ่ ก็คงสภาพความเป็นโบราณดั้งเดิม มีครัวเล็กๆไว้เตรียมอาหาร ติดกับห้องนั่งเล่นค่ะ

ในส่วนของห้องนอน กันบ้าง

ตู้ผ้าโบราณ ที่น้อยคนจะยังคงมี

ชื่นชมเจ้าของรีสอร์ทจริงๆค่ะ ที่นำบ้านไม้หลังเก่า มาปรับปรุงใหม่ และยังคงสภาพเดิมไว้มาก

ห้องน้ำมีห้องเดียวนะค่ะ อยู่ภายในห้องนอน แบ่งแยกในส่วนของกิจกรรมชัดเจน มีเครื่องทำน้ำอุ่น ให้ด้วยค่ะ

มุมโต๊ะทำงานในห้องนั่งเล่นภายในบ้านมี wifi ให้บริการด้วยค่ะ  – สำหรับยุค Social แบบนี้ ที่ที่มี wifi ฟรี  มีชัยไปกว่าครึ่ง

มีลายแทง สำหรับเดินทางไปสถานที่ท่องเที่ยวในละแวกนั้นด้วยนะค่ะ  น่ารักตรงวาดเองนี่ล่ะ เจ๋งมาก เยี่ยม

ชมห้องพักพอสมควรแล้วนะค่ะ  มาที่สระว่ายน้ำของที่นี่กันบ้าง
อย่างที่บอกไปด้านบนว่า พวกเราสะดุดตากับรูปถ่ายสระว่ายน้ำ ของรีสอร์ทนี้ จาก Instragram ของ follower ท่านนึง
เพราะสระว่ายน้ำของที่นี่  เป็นสระนำ้แร่ธรรมชาติที่ผุดจากใต้ดิน ไหลลงทะเลตลอดปี ใสและสะอาดมาก
(หากใครเคยไปเห็นความใสของสระมรกต) ที่นี่อาจจะไม่เท่า แต่ถ้าเทียบกับการไม่ต้องเดินเท้าเข้าไปเป็นกิโล เพื่อไปเล่นน้ำ ที่นี่สะดวกสบายกว่าเยอะเลยค่ะ  เล่นน้ำเสร็จ เหนื่อยก็เข้าห้องพักไปนอน นอนจนหายเหนื่อยก็มาเล่นได้อีก เล่นกันจนตัวเปื่อยไปเล้ยยยยย

เสียดายนิดหน่อย วันที่เราไปน้ำไม่ใสเท่าที่ควร เพราะก่อนหน้าที่จะไป ฝนตกหนักมากค่ะ โชคดีเท่าไหร่แล้วที่วันที่เราไปฝนไม่ตก

มีห่วงยางไว้ให้บริการ ฟรี !!!  ด้วยค่ะ
เจ้าของรีสอร์ทเล่าว่า เนื่องจากลำธารน้ำจากธรรมชาตินี้ เป็นของสาธารณะ จึงเปิดให้คนภายนอกเข้ามาเล่นน้ำภายในรีสอร์ทได้ด้วยค่ะ
แต่มีข้อแม้ว่า ต้องกลับก่อน 4 โมงเย็น เพื่อความสงบ และความเป็นส่วนตัวของแขกที่มาพักค่ะ
ทั้งนี้ทางรีสอร์ทเอง ก็ยังให้ความสำคัญในด้านความปลอดภัยของแขกที่เข้าพักด้วยการติดกล้อง CCTV รอบรีสอร์ทด้วยนะค่ะ

เล่นคนเดียว ก็ฟินได้ ….ลอยห่วงยาง เท้าแช่น้ำ ฟังเสียงน้ำ เสียงธรรมชาติ ,,,, ผ่อนคลายได้เยอะเลยค่ะ

สำหรับคนที่ไม่อยากเล่นน้ำ ก็มีเก้าอี้ให้นอน ให้นั่ง ริมสระค่ะ

ทางรีสอร์ท แนะนำเป็นเสียงเดียวกัน ทั้งเจ้าของรีสอร์ท และพนักงานค่ะ ว่าหากจะชมวิวพระอาทิตย์ตก ให้ขับรถไปแถวๆ ร้านเขาทองเทอเรส
เพราะวิวมุมนั้นจะสวยมาก และยังบอกอีกว่า อาหารที่ร้านนั้นก็อร่อยด้วยเช่นกัน วันที่เราไปฟ้าเป็นใจเลยค่ะ จึงขับรถออกไปล่าวิวซะหน่อย
**  ถึงแม้ว่ารีสอร์ท จะอยู่ห่างไกลแหล่งท่องเที่ยว อาจจะไม่สะดวกเท่าไหร่ สำหรับคนที่ไม่มียานพาหนะส่วนตัว ทางรีสอร์ทเอง มีรถมอเตอร์ไซค์ และรถจักรยาน ไว้คอยอำนวยความสะดวกฟรีนะค่ะ  ย้ำค่ะ ว่า ฟรี !!!!   พวกเราถามย้ำมาให้แล้วค่ะ ^^ใกล้เวลา โบกมือลาพระอาทิตย์แล้วค่ะ    ฟ้า ปัง มากกก



พวกเรา งดมื้อเย็นค่ะ จึงไม่ได้ลองทานอาหารที่ร้าน มาเก็บแค่วิวอย่างเดียว  คิดไว้ว่าโอกาสหน้า ต้องมีมาที่นี่อีกรอบแน่ๆ พร้อมเดอะแก๊งค์ ไว้จะไปชิมมาบอกนะค่ะ ขอกลับที่พักก่อนดีกว่า ถ้ามืดเกินเกรงว่าจะไม่กลับไม่ถูกทาง”บ้านเรือรบ” ในยามโพล้เพล้

ขอตัดมาที่อาหารเช้าเลยนะค่ะสำหรับอาหารเช้าที่นี่ จะมีเมนูมาให้เลือกค่ะ พวกเราอาจจะเลือกอะไรที่ง่ายๆ นิดนึง นะค่ะ

ข้าวผัดกุนเชียง
ชุดอาหารเช้า
ชา / กาแฟ (เติมได้ไม่อั้น )
ผลไม้สด  (อันนี้ไม่ได้สั่งค่ะ ทางรีสอร์ท มีบริการ)
** สำหรับรสชาติ อาหาร (ข้าวผัด) โดยส่วนตัว ชอบค่ะ ผัดแห้งๆ อร่อยดี

ส่งท้ายด้วยรูปนี้ค่ะ  ปั่นย่อย อาหารเช้ากันหน่อย ก่อนเดินทางกลับ นานาจักรยาน

The End :  ด้วยที่ตั้งของรีสอร์ท ค่อนข้างที่จะห่างไกลจากตัวเมือง เพราะแนบชิดธรรมชาติ การเดินทางมารีสอร์ทจึงอาจจะเหมาะสมกับ
ผู้ที่มีพาหนะส่วนตัวมากกว่า แต่ทั้งนี้ ทางรีสอร์ท ก็มีรถ รับ – ส่ง จากสนามบิน และยังมีรถมอเตอร์ไซค์ไว้คอยให้บริการอีกด้วย
:  ความเป็นกันเองของพนักงาน ทุกคน ยิ้มแย้มแจ่มใสมากค่ะ ให้ความรู้สึกเหมือนได้กลับบ้านที่ต่างจังหวัด ในวัยเด็ก
:  สระน้ำธรรมชาติอาจจะมีขุ่นบ้าง ใสบ้าง แล้วแต่สภาพอากาศ และแต่ละช่วงของน้ำเยอะ น้ำน้อยค่ะ แต่มั่นใจในความสะอาด ของน้ำค่ะ
เพราะสระน้ำอยู่ไม่ไกลจากแหล่งต้นน้ำค่ะ เพราะฉะนั้น สะอาดแน่นอนค่ะ

ฝากติดตามผลงานของพวกเราผ่านทาง  ig : t.rabbitbrown
ตามไปกดไลค์เพจ facebook ได้ที่นี่  : https://www.facebook.com/Tany.RabbitBrown
ติดต่อพวกเรา ::: E-mail : rabbitbrown.tany@gmail.com

Category
Hotel, Photography